
แต่พักหลังมานี้บ้านเราอากาศแปรปรวนจนฤดูกาลต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปมาก จะเหลือก็แต่ฤดูร้อน ร้อนมากและร้อนที่สุด ดังนั้นจะหาวันพักร้อนไปนอนอาบแดดริมหาดทรายสวยในช่วงนี้คงไม่แปลกอะไร แถมยังได้สนองนโยบาย "เที่ยวไทยครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก" กันอีกด้วย ว่าแล้วก็ยกหู กริ๊ง...กร๊าง รวบรวมก๊วนเที่ยวได้ครบครัน ทุกอย่างก็มาสรุปลงตัวที่ จ.ภูเก็ต เมืองไข่มุกแห่งอันดามัน ที่ใครๆ ต่างมองว่าเมืองนี้มีไว้ต้อนรับเฉพาะนักท่องเที่ยวตาน้ำข้าวเท่านั้น ด้วยสนนราคาค่าครองชีพที่ช่างแพงเหลือหลาย แต่สำหรับผู้ที่ไปเยี่ยมเยือนมาจนนับครั้งไม่ถ้วนอย่างฉัน การันตีได้เลยว่าการท่องเที่ยวในภูเก็ตนั้นไม่ได้แพงอย่างที่คิด หากแต่ที่นี่มีหลากหลายรูปแบบของการท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวได้เลือกสรรกันตามชอบใจต่างหาก

ครานี้นักท่องเที่ยวกระเป๋าเบาอย่างฉันเลือกที่จะเดินทางและใช้จ่ายอย่างประหยัดดังเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา เริ่มตั้งแต่การเดินทางด้วยสายการบินโลว์คอส เมื่อมาถึงอากาศที่นี่กลับทำให้ทุกคนผิดหวังเล็กน้อย ด้วยหมายใจว่าภูเก็ตจะต้อนรับพวกเราด้วยแสงแดดจ้าและอากาศเย็นสบาย แต่เพียงแค่ล้อเครื่องบินแตะรันเวย์สนามบิน ไข่มุกแห่งอันดามันเต็มไปด้วยเม็ดฝนที่กระหน่ำตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ถึงกระนั้นก็หาใช่อุปสรรคสำหรับโปรแกรมเสริมความเป็นสิริมงคล กับการเดินทางไปนมัสการ "พระผุด" พระพุทธรูปทองคำที่องค์พระโผล่จากพื้นแค่พระอุระถึงพระเศียร ซึ่งประดิษฐานอยู่ที่วัดพระทอง ต่อด้วยการแวะชม พระมหาธาตุเจดีย์พระจอมไทยบารมีประกาศ ที่วัดฉลองและการศึกษาวิถีชีวิตความเป็นอยู่ย่านเมืองเก่า ชมสถาปัตยกรรมชิโนโปรตุกีสที่สวยงามและยังคงสภาพสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย จากนั้นเราเลือกที่จะหม่ำอาหารและขนมพื้นเมืองของภูเก็ต ที่มีมากมายและแปลกตาอย่างที่ฉันเองก็ไม่เคยรู้จักมาก่อน อย่างหมี่สะปำ โอวต้าว เกี่ยมโก้ย กะหรี่ไหมฝัน โอ้เอ๋ว ออโก้ เป็นต้น

วันต่อมาฉันยกทั้งวันให้แก่การเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ ที่มีอยู่หลายแห่งด้วยกัน อย่างพิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว ที่รวบรวมเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของชาวจีนที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานใน จ.ภูเก็ต นำเสนอประเพณี วัฒนธรรม ความเป็นมาในอดีต ต่อด้วย พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สถานที่รวบรวมสัตว์น้ำแปลกและหายากมากมายหลายชนิด ปิดท้ายที่ พิพิธภัณฑ์เปลือกหอย แหล่งรวบรวมเปลือกหอยหลากสีสัน มีฟอสซิลเปลือกหอยอายุหลายร้อยปีและไข่มุกสีทองหนักถึง 140 กะรัต โอ้ว...แม่เจ้าเห็นแล้วตาลุกวาวทีเดียว

แม้จะแวะนั่นเที่ยวนี่และแอบชิมของอร่อยตลอดเส้นทาง แต่เราก็ไม่ยังลืมจุดหมายหลักของการมาเยือนครั้งนี้กับการท่องทะเลใต้ ดำน้ำดูปะการังและนอนเล่นชายหาด ว่าแล้วพวกเราจึงเลือกล่องเรืองไป เกาะเฮ เพราะได้ยินกิตติศัพท์มาว่าหาดทรายสวยและน้ำทะเลใสยิ่งนัก...เพียง 15 นาทีจากชายฝั่ง ความจริงก็ประจักษ์แก่สายตาเมื่อพบกับความจริงที่ว่าชายหาดสีขาวละเอียดราวแป้ง และน้ำทะเลสะท้อนกับประกายแดดสีทองสวยงามเกินจะบรรยาย จึงได้แต่คิดว่ากิตติศัพท์หรือคำเลื่องลือที่เคยได้ยินมานั้นห่างชั้นจากความจริงอีกไกลโข แถมยังพ่วงท้ายด้วยความสนุกสนานจากกิจกรรมทางน้ำที่มีให้เลือกทั้งบานาน่าโบ๊ท ซีวอล์กเกอร์ พาราเซลลิ่ง หรือจะเลือกแหวกว่ายดูปะการังแถบชายฝั่ง ก็สุขได้ไม่แพ้กัน
เย็นย่ำก่อนกลับคืนสู่เคหสถาน เหลือบมองเวลาเห็นว่ายังพอโต๋เต๋ได้ พวกเราจึงแวะเวียนไป จุดชมวิวสามอ่าว ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของภูเก็ต ก่อนเลยไปชมพระอาทิตย์ตกที่ แหลมพรหมเทพ ซึ่งกี่ปีๆ ก็ยังคงคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่มาด้วยจุดหมายเดียวกัน ก่อนจะเคลื่อนพลไปชมการแสดงภูเก็ตไซม่อนคาบาเรต์ โชว์สาวประเภทสองที่สวยงามอลังการ หรือถ้ามากันแบบครอบครัว ภูเก็ตแฟนตาซีก็น่าจะเป็นอีกตัวเลือกที่ดีทีเดียว ด้วยการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยประยุกต์ผสมผสานเทคโนโลยีระดับโลกที่หาชมได้ไม่ง่ายนัก
ใช่ว่าภูเก็ตในวันนี้จะเปลี่ยนลุคหรือปรับจุดยืนใหม่หันมาจับกลุ่มนักท่องเที่ยวกระเป๋า (ตังค์) เบา จนลืมใส่ใจนักเดินทางตังค์เยอะผู้พิสมัยความหรูหราสะดวกสบายซะที่ไหน ดูอย่างสนามกอล์ฟหรู บลูแคนยอนคันทรีคลับ ที่ติดอันดับท็อปเท็นในเอเชีย โรงแรมเกรดเอ (หลายเครื่องหมายบวก) หรือจะเป็นสปาสุดฮิพ และอีกต่างๆ นานาๆ บริการระดับเลิศอลังการล้วนกระจายตัวไว้คอยบริการไปทั่วเกาะสวรรค์ไปทุกซอกทุกมุม...ที่เล่าให้ฟังนี่เพียงแค่ยกตัวอย่างจากหนังสือแนะนำการเดินทางเท่านั้น หาได้แอ้มเงินจากกระเป๋าฉันหรอกนะ

ด้วยบุคลิกของดินแดนแห่งความหลากหลาย ทันสมัยไปด้วยแสงสีและมากมายไปด้วยความงดงามของธรรมชาติ เกาะภูเก็ตยังมีวัฒนธรรมที่ปฏิบัติสืบต่อกันมายาวนานเกือบ 200 ปี เป็นการเชื่อมโยงจิตใจของชาวพื้นเมืองให้เป็นหนึ่งเดียว ก็เห็นจะเป็นงานประเพณี "ถือศีลกินผัก" ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เป็นประจำทุกปีในวันขึ้น 1 ค่ำถึง 9 ค่ำเดือน 9 รวม 9 วัน 9 คืนตามปฏิทินจีน ซึ่งปีนี้จะตรงกับวันที่ 18-26 ตุลาคม งานนี้จะมีศาลเจ้าเข้าร่วมพิธีมากถึง 14 แห่ง เรียกว่าปิดเมืองกินกันเลยทีเดียวก็ว่าได้
หากมีเวลาแวะเวียนไปเยี่ยมเยียนภูเก็ตไม่ว่าจะในฐานะนักท่องเที่ยวกระเป๋าเบาหรือกระเป๋าหนัก และตรงกับช่วงงานประเพณีดังกล่าว เขาว่าเป็นเรื่องยินดีอย่างยิ่ง!!
เรื่อง... "วันวิสา โรจน์แสงรัตน์"
ภาพ... "ทวีศักดิ์ เกษปทุม"


